การประกอบพิธีกรรม และความเชื่อ

พิธีอาบน้ำเพ็ญ

พิธีโบราณที่เชื่อกันว่าการอาบน้ำในคืนวันเพ็ญเดือน 12 เป็นการชำระบาป ขจัดสิ่งไม่ดีให้หายไปจากจิตใจและร่างกาย เป็นการเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต เพราะถือว่าในวันนี้เป็นวันที่สายน้ำทุกแห่งมีความบริสุทธิ์ใสสะอาดจากพลังของดวงจันทร์ ตำรับการอาบน้ำเพ็ญที่เลื่องชื่อที่สุดคือ การอาบน้ำเพ็ญของสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ซึ่งท่านจะทำพิธีอาบกลางแจ้ง ในขณะที่พระจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางศีรษะ และเงาของพระจันทร์ลอยอยู่กลางขันน้ำมนต์

การเบิกเนตร

พิธีการเบิกเนตรพระพุทธรูปมาจากคติความเชื่อที่ต้องการแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปที่จัดสร้างเสร็จแล้วว่า เป็นพระพุทธรูปที่สมบูรณ์ควรแก่การสักการบูชา นิยมทำพิธีเฉพาะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เนื่องจากในกระบวนการก่อสร้างอาจจำเป็นต้องมีการปีนป่ายบนตัวพระพุทธรูป การตกแต่งส่วนที่เป็นพระเกศ พระพักตร์ ซึ่งผู้สร้างอาจมีความรู้สึกไม่สมควร ประเพณีการเบิกเนตรอีกนัยหนึ่งคืออุปมาทางธรรมให้ผู้เข้าร่วมพิธีมีดวงตาเห็นธรรม

การสวดกระทง

บทสวดในการลอยกระทงเป็นคำบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้ ณ ริมฝั่งน้ำนัมมทานที ตามตำนานเล่าว่านัมมทานาคราชได้ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรมในพิภพของนาคใต้เมืองบาดาล เมื่อแสดงธรรมจบแล้วพญานาคได้ขอให้พระองค์ประทับรอยพระบาทไว้เป็นที่เคารพสักการะของเหล่านาค เทวดา และมนุษย์ ถือเป็นรอยพระพุทธบาทที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

บทสวดกระทง

“มะยัง อิมินา ปะทีเปนะ อะสุกายะ นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน ฐิตัง มุนิโน ปาทะวะลัญชัง อะภิปูเชมะ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะลัญชัสสะ ปูชา อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอบูชา ซึ่งรอยพระพุทธบาท ที่ตั้งอยู่เหนือหาดทรายในแม่น้ำชื่อนัมมทานทีโน้น ด้วยประทีปนี้ กิริยาที่บูชารอยพระพุทธบาทด้วยประทีปนี้ ขอจงเป็นไปเพื่อประโยชน์ และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนาน เทอญ ฯ”